เมื่อผมต้องไปเป็น guard งานรับน้อง
posted on 07 Jul 2008 01:18 by parojung in MyStories
หายไป 1 อาทิตย์เต็มๆเลยครับผม
ไม่ไหว งานเยอะแยะมากมายจริงๆ
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปเป็น head สวัสดิการงานรับน้องของคณะมา
( head หรือเบ๊ ไม่แน่ใจ )
ก็จบงานใหญ่ไปหนึ่งงาน .... เหนื่อยสุด ง่วงสุดๆ
ไปหลับในคาบเรียนทั้งอาทิตย์เลย
( อันที่จริงก็หลับอยู่แล้วทุกคาบนี่หว่า ... )
พอมาอาทิตย์นี้ มีกิจกรรมรับน้องแคแสด ซึ่งเป็นงานของสถาบัน
ไม่ใช่การรับน้องของแต่ละคณะ จัดขึ้นวันเสาร์ที่ผ่านมา
รับน้องแคแสดคืออะไร ?
รับน้องแคแสดคือกิจกรรมที่จัดขึ้นทั้งสถาบันเพื่อปี 1 โดยเฉพาะ
ทั้งเฟรชชี่และไม่เฟรชชี่ แต่อยู่ปี 1 ( ซิ่วมา ว่างั้น.. )
กิจกรรมช่วงเช้า จะแบ่งน้องๆออกเป็นกลุ่มๆ คละคณะกันไป
แล้วแบ่งแยกไปทำกิจกรรมตามคณะต่างๆ
ซึ่งรายละเอียดเป็นอย่างไรนั้น ไม่รู้เหมือนกัน เพราะไม่ได้มา แป่ววว...
ส่วนตอนเย็นๆก็จะมีคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นที่หอประชุมใหญ่สถาบัน
โดยให้เฉพาะปี 1 เท่านั้นที่เข้าได้ ปีอื่นๆเข้าได้แค่บริเวณงาน
เรื่องมันก็อยู่ตรงนี้แหละ
ก่อนเริ่มงานรับน้อง
ทางองค์การนักศึกษาจะขอความร่วมมือจากทางชมรมต่างๆ
ให้มาช่วยเป็นการ์ด คอยดูแลความปลอดภัย ความสงบ และอื่นๆ
ปกติชมรมของพวกผม ( ชมรมอินเทอร์เน็ต )
จะได้รับหน้าที่ให้เป็นฝ่ายทะเบียน
คอยตรวจเช็คว่าใครอยู่ปี 1 แล้วก็แจกหลักฐานยืนยันให้ไป
แล้วนำไปยืนยันที่หน้าหอประชุมเพื่อเข้าไปชมคอนเสิร์ต
ซึ่งจะประจำอยู่ที่ทางเข้าหลัก 2 ทาง ทางอื่นๆ รูอื่นๆนั้น
ปิดหมด และจะมีการ์ดคอยเฝ้าเอาไว้ ไม่ให้ใครแอบเข้ามา
รู้สึกว่า ปีนี้แย่กว่าปีก่อนๆแฮะ ทำไมน่ะรึ ?
ลองเทียบดูละกันครับ
ตอนผมอยู่ปี 1
ตอนนั้นใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการตรวจเช็ค ว่าใครอยู่ปีหนึ่งบ้าง
โดยพี่ๆที่ชมรมจะเป็นคนเขียนโปรแกรมเช็คขึ้นมา
ส่วนดาตาเบสนั้น เบื้องบนจะเป็นคนจัดมาให้
การตรวจสอบนั้น จะตรวจจากรหัสนักศึกษา
เพียงนำบัตรมายื่น หรือบอกรหัสมา คีย์ข้อมูลปุ๊บ
ก็รู้ปั๊บ ว่าใช่หรือไม่ใช่ปี 1
หลังจากนั้นก็จะใช้ตราปั๊ม ปั๊มที่แขน ( ถ้าจำไม่ผิดนะ )
แล้วก็เข้าชมคอนเสิร์ตได้
ตอนผมอยู่ปี 2
ตอนนี้เป็น staff ของชมรมแล้ว ก็เลยตามมาช่วยงานพี่ๆ
เนื่องด้วยทางเบื้องบนไม่ support เรื่องคอมพิวเตอร์
ให้มาแต่ใบรายชื่อนักศึกษาปี 1
ยุ่งล่ะสิ เปลี่ยนจากคอมพิวเตอร์เป็นใบรายชื่อ
นอกจากจะช้าแล้ว ข้อมูลยังตกหล่นอีกด้วย
ต้องมาจับใบรายชื่อแยกเป็นของแต่ละคณะ
เมื่อน้องมาก็ต้องคอยถามรหัสนักศึกษา
แล้วก็ไปหาในใบรายชื่อ
ส่วนใหญ่เลขก็จะเรียงกันดี หาไม่ค่อยยาก
แต่บางใบก็เรียงมั่วมา หาไป งงไปเหมือนกัน
บางคนหาไม่เจออีกแน่ะ รายชื่อตกหล่น
ก็เลยต้องเขียนชื่อต่อไว้ท้ายใบแทน
เหนื่อยก็ตอนหาชื่อนี่แหละ เฮ่อ ...
หลังจากรู้ว่าเป็นปี 1 แล้ว ก็ทำการแจกสายรัดข้อมือ
เพื่อเป็นหลักฐานยืนยัน
( เป็นสายรัดแบบที่ตำรวจในหนังใช้มัดมือผู้ร้าย
แทนกุญแจมือนั่นล่ะ สีขาวๆ )
ตอนนี้อยู่ปี 3
เลื่อนขั้นจาก staff เป็นประธานชมรม
( ที่ไม่ค่อยจะได้ความอะไรเท่าไหร่ )
ก่อนวันงานก็มีการเรียกประชุมเพื่อขอความร่วมมือ
เหมือนเดิม ชมรมอินเทอร์เน็ตก็โดนเรียกอีกเช่นเคย
( รู้สึกแปลกๆมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะปีที่แล้วไม่มี computer ให้ใช้
มีแต่ใบรายชื่อ นั่นหมายถึง ไม่ต้องเป็นชมรมอินเทอร์เน็ตก็ได้
เพราะมันเป็นใบรายชื่อ !!! )
ด้วยสัมพันธ์อันดี ก็ตกลงไปช่วยงานโดยคิดว่าเหมือนปีที่แล้ว
พอมาถึงวันงานจริงๆ ปรากฏว่า
" ไม่มีใบรายชื่อให้ "
งานเข้าสิครับพี่น้องคร๊าบบ !!!
กลายเป็นว่า หลักฐานเพียงหนึ่งเดียวที่จะเช็คได้ว่า
ใครอยู่ปี 1 นั่นคือ ป้ายชื่อคล้องคอที่แจกให้ตอนเช้า
( ปี 1 ยังไม่ได้บัตรนักศึกษา )
ปีนี้ก็เลยเหมือนโดนลดชั้น
จากฝ่ายทะเบียน กลายมาเป็น guard
เอาเป็นว่า มาเข้าเรื่องกันดีกว่า
ภายในบริเวณงานจะแบ่งเป็นสองส่วน
คือรอบๆหอประชุม จะมีสินค้า อาหารมาขาย
และภายในหอประชุม ที่มีงานคอนเสิร์ต
น้องปี 1 ที่มีป้ายชื่อจะสามารถเข้าไปชมคอนเสิร์ตได้
โดยจะมี guard ของทางองค์การฯ คอยตรวจ
ถ้าไม่มีป้ายจะเข้าไม่ได้
หน้าที่ของชมรมผมตอนนี้ก็คือ ตรวจเช็คคนเข้างาน
( ทำร่วมกับชมรมกรีฑา )
ถ้าเป็นปีหนึ่ง ดูที่ป้ายชื่อ เข้างานได้ เข้าชมคอนเสิร์ตได้
ถ้าเป็นปีอื่นๆ จะขอดูบัตรนักศึกษา เพื่อกันไม่ให้มีคนนอกเข้าไป
แต่ว่าจะเข้าชมคอนเสิร์ตไม่ได้ เพราะไม่มีป้ายชื่อ
ถ้าเป็นคนนอกจะไม่ให้เข้าภายในงาน
บริเวณซุ้มที่ตรวจจะมีการแบ่งเป็นสองทาง สำหรับผู้ชายและผู้หญิง
ก่อนเข้าจะขอค้นตัวและกระเป๋าเพื่อไม่ให้นำของมีคมเข้าไป
เช่นมีด คัตเตอร์ อีโต้ สปาตาร์ บลาๆ~ ( เฮ่ย เริ่มมั่วละ )
ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย
เผื่อกะลังร้อง เล่น เต้นกัน มีคนเหยียบตาตุ่ม ตาปลา หัวแม่เท้า
หรือเกิดหมั่นไส้ เขม่นกัน มองหน้าแล้วไม่ถูกชะตา
ควักมีดออกมาจ้วงกันตรงนั้น จะดูไม่งาม
เลยต้องทำการขอยึดเอาไว้ก่อน
ซึ่งก็ไม่ได้ตรวจเข้มอะไรมากมาย ส่วนใหญ่จะขอยึดมีดคัตเตอร์
แล้วให้มาเอาหลังเลิกงาน หรือตอนกลับ
แล้วอีกหลายอย่างที่ห้ามนำเข้าไปก็เช่น สุรา บุหรี่
ก็ต้องขอยึดไว้เช่นเดียวกัน
( เจอแต่บุหรี่นะ ใครจะเอาเหล้าเป็นขวดๆมาเข้างานล่ะ )
งานหลักๆที่ต้องทำก็มีเช่นนี้แล~
ด้านล่างต่อไปนี้จะเป็นเรื่องต่างที่ได้เจอมาตอนทำหน้าที่
อยากนำมาเล่าให้อ่านกัน
- ระหว่างที่ทำหน้าที่ก็จะมีบางส่วนที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าเดินผ่านเข้าออก
จะขอตรวจก็กระไรอยู่อะนะ ก็เลยบอกให้เดินผ่านๆไป
มีป้าอยู่คนหนึ่ง เดินผ่านไปแล้วก็หันกลับมาแซวว่า
" ป้ามีระเบิดนะ ไม่ตรวจเหรอ"
( ป้าแกถือถุงอะไรสักอย่างอยู่ ) ผมก็ยิ้มๆ รับมุกแกไป
- เนื่องจากทางเข้ามีแบ่งชาย-หญิง
แต่ว่าอยู่ติดกัน คั่นโดยรั้วที่ใช้กั้นถนน
เวลาจะตรวจก็เลยต้องบอกว่าผู้ชายทางไหน ผู้หญิงทางไหน
แล้วก็มักจะมีคนหลงทางอยู่เรื่อยสิน่า
คนที่หลงมักจะเป็นผู้ชาย หลงไปทางผู้หญิง
ก็ไม่รู้ว่าหลงจริงหรือปล่าว
เพราะมันต้องมีการตรวจกระเป๋ากางเกง กระเป๋าเสื้อ
เผื่อมีของต้องห้าม โดยฝั่งผู้หญิงจะให้ผู้หญิงตรวจ
ไม่แน่ใจว่าหลงจริงๆหรือว่าอยากโดนผู้หญิงตรวจก็ไม่รู้
แต่ที่แน่ๆ ทำไมไม่มีผู้หญิงหลงมาฝั่งผู้ชายให้ตรวจมั่งล่ะคร๊าบ
( ออกแนวหื่นซะละ เรา ... )
- ขณะกำลังตรวจก็มีลุงยามที่อยู่ตึกใกล้ใจดี
เอาเครื่องตรวจโลหะมาให้ ลักษณะเป็นกระบองแบนๆ
เมื่อกดปุ่มแล้วทาบไปที่บริเวณใดที่มีโลหะ ก็จะมีเสียงดัง
( ปรับเป็นระบบสั่นได้ ไม่มีเสียง )
เครื่องที่ว่า ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์เท่าไร เพราะมันดังทุกคน
ทำไม่น่ะหรือ ? เพราะว่าสิ่งที่เป็นโลหะทั้งหมดมันจะดัง
อะไรบ้างล่ะ ?
เศษตังค์ โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ
ซิบกระเป๋า สร้อย แหวน แว่นตา ใส่ฟันเหล็กยังดังเลย
ชมรมกรีฑาที่อยู่ด้วยกันตรงนั้น
" พี่ มันดังทุกคนเลยนะ เอางี้มั้ย ใครที่ไม่ดังค่อยตรวจละกัน
น่าสงสัยกว่า "
เป็นงั้นไป แอบฮานิดนึงนะนั่นน่ะ
จะว่าไปเครื่องนี้มันก็แปลกๆอยู่ รู้สึกพร้อมจะดังได้ทุกเมื่อ
ผมหยิบเครื่องมาทาบที่หัวใจ แล้วมันก็ดัง
( ไม่รู้โดนอะไรที่เป็นโลหะ )
เลยหันไปบอกเพื่อน
" มันดังอะ แสดงว่าเป็นคนใจแข็งนะเนี่ย เหมือนเหล็กเลย "
ปล่อยมุกแป้กกันไป 1 ที
- มารอบ 2 ยังเป็นเรื่องของเจ้าเครื่องอันเดิมอยู่
ผมไม่ได้ใช้เครื่องนั้นตรวจนะ เพราะมันไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่
แต่ว่าชมรมกรีฑาเป็นคนใช้
มีน้องอยู่คนนึง นำกระเป๋าเข้ามา ผมก็เลยต้องทำหน้าที่ตรวจกระเป๋า
โดยปกติก็จะค้นไป ถามไป ว่าพกอะไรต้องห้ามมามั้ย
น้องเค้าก็บอกว่าไม่มี
ค้นไปค้นมาก็เจอซองใส่กล่องอะไรสักอย่าง
ดูๆแล้วอาจจะเป็นกล่องบุหรี่ก็เลยขอน้องเค้าเอาออกมาตรวจ
น้องก็อึ้งๆนิดๆดูมีพิรุธ ก็เลยเอาเครื่องนั้นมาตรวจ
ปรากฎว่ามันดัง
ก็เลยขอน้องเค้าเปิดดูว่าอะไรอยู่ข้างในซอง
.
.
.
.
.
.
.
มันก็คือ
.
.
.
.
.
.
.
กล่องถุงยางที่ยังไม่ได้ใช้
อ่านะ ก็เลยปล่อยผ่านไป
ว่าแต่ว่า ขนาดถุงยางยังดังเนี่ย เชื่อไม่ได้แล้วมั้งเครื่องนี้น่ะ
ขำกันทั้งกลุ่มเลยครับ ไม่ว่าผู้ชายผู้หญิงที่อยู่ตรงนั้น เฮ่อ !!
- ระหว่างที่ตรวจ จะต้องมีบุคคลเพศที่ 3 มาเข้างานแน่ๆ
แล้วทางเข้ามี 2 ทาง แค่ชายและหญิง
จะให้เข้าตรงกลางปีนรูดที่กันถนนมาก็ดูน่าเกลียด
ก็เลยให้เลือกเข้ากันตามใจชอบ สำหรับเพศนี้
ซึ่งพวกเค้ามักจะเข้ามาทางฝั่งผู้ชาย
ไม่รู้ว่าหวังอะไรกับการตรวจหรือปล่าว
เพราะมันจะต้องมีการลูบๆ คลำๆแถวๆกระเป๋ากางเกง
ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
บอกตรงๆครับว่า ผมไม่กล้าตรวจเพศนี้จริงๆ ให้ตายเหอะ
ไม่มีใครกล้าค้นเลยนะ ยืนตรวจกันตั้งหลายคน
เลยปล่อยผ่านไปเลยครับ ผ่านตลอดเลย เฮ้อ ~
กลัวตรวจไปแล้วเค้าจะติดใจ เข้าๆออกๆให้ตรวจอยู่อย่างนั้น
- ทำหน้าที่ไปนานๆ ก็เริ่มเบื่อคิดไปต่างๆนานา
ทำไมเราต้องมาลูบๆคลำๆผู้ชายด้วยล่ะเนี่ย บรึ๋ย~
เป็นผู้หญิงก็ว่าไปอย่าง
แต่ทำไงได้ มันเป็นหน้าที่ล่ะนะ
เริ่มเสียวๆ ว่า ตรวจไปตรวจมาเจอเกย์เข้าจะเป็นไงไม่รู้
จะจับมือเราไปกุมตรงเป้ามั้ยเนี่ย...
สรุป การทำงานในวันนั้นก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง
ทั้งการทำงานจริง การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ซึ่งคงจะนำมาเล่าในที่นี้ไม่หมดแน่ๆ
ด้วยความทรงจำอันลางเลือน ( และเลอะเลือน )
ก็เอาเป็นว่า จบลงเท่านี้ก่อนละกันครับ
เริ่มง่วงแล้วด้วย
ถ้าจำอะไรได้ นึกอะไรออก หรือมีอะไรจะเล่าต่อ
จะมา edit เพิ่มเติมทีหลังนะครับ
ขอบคุณทุกคนที่ทนอ่านมาถึงตรงนี้นะครับ
รู้สึกว่า entry นี้ยาวจริงๆ

#1 By ~* พระอาทิตย์สีชมพู *~ on 2008-07-07 04:35