[memo] ติดฝน

posted on 04 Apr 2009 13:20 by parojung in MyStories

 

[memo]

ช่วงนี้ฝึกงานครับ เข้า 9.30 เลิก 17.30 เดินทางไปกลับประมาณ 1 ชั่วโมง

 

เมื่อวันก่อน (2 เมษา วันพายุเข้า) ขณะกำลังนั่งพิมพ์โปรแกรมอยู่ที่บริษัท ก็มีโทรศัพท์โทรเข้ามา

เป็นพ่อของผมเอง พ่อบอกว่าจะผ่านมาแถวๆลาดกระบัง เพราะไปส่งของที่สมุทรปราการมา

จะแวะไปหาตอนประมาณ 6 โมง

 

ผมเลยขอลากลับจากที่ฝึกงานก่อน ครึ่งชั่วโมง เพราะไม่งั้นจะกลับไปไม่ทันพ่อ

พ่อก็รีบกลับเหมือนกัน

 

ขากลับ กลับถึงตลาดหัวตะเข้ก่อน 6 โมงเล็กน้อย เมื่อลงรถก็สังเกตุเห็นกลุ่มควันขนาดใหญ่

ลอยขึ้นมา เหมือนกับมีไฟไหม้ (ได้ยินแว่วๆจากคนแถวนั้นว่าไฟไหม้ แต่ไม่รู้ว่าจริงหรือปล่าว)

แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะอยู่ไกลมากๆ

 

เนื่องจากพ่อยังไม่โทรมา ผมก็เลยโทรหาพ่อว่าอยู่ที่ไหนแล้ว

พ่อบอกว่าให้ไปรอแถวๆ หน้าธนาคารกรุงศรีฯ เพราะพ่อขับรถเข้าตลาดไม่ได้

(เนื่องจากรถที่นำมาเป็นรถบรรทุกขนาดค่อนข้างใหญ่ เข้าเขตกรุงเทพฯในช่วงที่ห้ามเข้า

ซึ่งพ่อเรียกว่า "ติดเวลา" นั้นอาจถูกจับได้, ไม่ค่อยทราบรายละเอียดเรื่องนี้นะครับ)

 

เมื่อรอไปสักพัก พ่อก็โทรมา แล้วบอกให้ไปรอที่ถนน 4 เลน โดยเข้าซอยข้างธนาคารกรุงศรีฯ

ผมก็ไม่แน่ใจ เพราะไม่เคยไป จึงถามเส้นทางย้ำหลายๆครั้ง

 

เมื่อค่อนข้างแน่ใจแล้ว จึงขี่จักรยานคู่ใจไปตามซอยที่พ่อบอก

ช่วงนั้นเป็นเวลา 6 โมงกว่าๆ เมฆฝนเริ่มหนาแน่น

 

เมื่อขี่ไปได้ประมาณ 400 เมตร (มั้ง) ก็เจอถนน 4 เลนจริงๆ

พร้อมกับป้ายเขียนว่า สุดเขตกรุงเทพฯ !!

 

เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าเราอยู่ชายแดนกรุงเทพฯขนาดนี้เลย เลยไปนิดเดียวเป็นสมุทรปราการ

รู้สึกแปลกๆนิดหน่อย

 

พอเลยเข้าถนน 4 เลน

 

ตึกต่างๆเริ่มหายไป

 

รถราที่วิ่งตามถนนมีน้อยลง

 

อากาศดูจะหายใจได้เต็มปอดกว่าในเมือง (ที่ห่างกันไม่มาก)

 

จากนั้น ท้องฟ้าที่มืดลงๆก็เริ่มมีสายฝนโปรยปรายลงมา

 แย่ล่ะสิ พ่อก็ยังไม่มา ที่หลบฝนก็ไม่มี (อันที่จริงมีบ้าน, ร้านขายของเล็กๆอยู่ใกล้ๆ)

จะไปหลบที่ไหน มากับจักรยาน อะไรๆก็ไม่มี ร่มก็ไม่ได้เอามา

 

ได้แต่ขี่วนไปวนมาเพื่อรอพ่อ

 

จากนั้นพ่อก็มา ก็คุยกันตามประสาพ่อ ลูกที่ไม่ค่อยสนิทกัน

คุยกันได้ไม่นานก็ลากันกลับ เพราะฝนเริ่มตกแรงขึ้นๆ

 

หลังจากแยกกับพ่อแล้วก็ปั่นจักรยานกลับตามทางเดิม

ยังไม่ทันจะกลับถึงตลาด ฝนก็กระหน่ำลงมาอย่างหนัก

จักรยานคันเล็กๆจะไปสู้อะไรได้ เลยแวะจอดหลบฝนใต้ร้านข้าวแกงติดแอร์แห่งหนึ่ง

 

ตอนนั้นเวลาเกือบทุ่มนึง ฝนก็ค่อนข้างแรง จะออกไปตอนนี้ก็ใช่ที่

ก็เลยนั่งหลบฝนอยู่ใต้ร้าน

 

อารมณ์แบบ พระเอกมิวสิกมากๆ

ยืนอยู่คนเดียว ไม่มีใครเหลียวแล เหมือนฟ้ากลั่นแกล้งคนเหงา

 

ฝนก็เริ่มทวีความแรงขึ้นเรื่อยๆ แรกๆก็ไม่เปียก

สักพักพอลมมาแรงๆ องศาของเม็ดฝนก็น้อยลงๆ

สุดท้าย หลังคาก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะเม็ดฝนมันเอียงมากๆเพราะแรงลม

 

จากที่นั่งอยู่ ก็กลายเป็นยืน ยืนสักพักก็ถูกไล่ที่โดยฝนที่ลมพัดมา

ต้องไปยืนแอบข้างเสา เศร้าใจอยู่คนเดียว

 

เหลือบไปมองก็เห็นคนในบ้าน นั่งดูทีวี ไม่รู้ร้อน รู้หนาว ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ทำไมต้องเป็นเรา ทำไมต้องเป็นวันนี้ ทำไมต้องตกตอนนี้ เฮ่อ !

 

 

 สักพักก็มีเรื่องให้เสียวสันหลังเล่น

ลมพัดมาอย่างแรง ทำเอาป้ายตั้งพื้นของร้านลมตึงไป 2 ป้าย

 

สะดุ้งนิดๆ

 

สักพัก ฟ้าก็ผ่าลงมา เปรี้ยงใหญ่ๆ เสียงดังสนั่น (อันที่จริงมันดังเปรี้ยงนะ ไม่ได้ดังสนั่น !)

สะดุ้งโหยง!! เกือบจะสาวแตกเลยทีเดียว

 

ยิ่งวันก่อนอ่านข่าวคนโทรศัพท์แล้วโดนฟ้าผ่าก็ยิ่งเสียว

ยังดีที่วันนี้หลบอยู่ใต้ตึก

 

สักพัก ป้ายก็ล้มไปอีกอัน

สักพัก เหลือบไปมองจักรยาน

 

เริ่มมีการเคลื่อนไหว

 

ก่อนที่จักรยานจะล้ม ก็พุ่งตัวไปคว้าแฮนด์เอาไว้

แล้วจูงมาไว้ไกล้ตัว

 

เฮ่อ ! ลมมันแรงจริงๆนะ

 

 

 

ก็ได้แต่ยืนตากฝนต่อไป

 

 

 

สักพัก เมือฝนเริ่มซา เลยขี่จักรยานกลับ

ทุลักทุเลน่าดู

 

น้ำสูงขึ้นมาเลยตาตุ่ม

ปั่นไปก็ต้องระวัง ไม่ให้ลื่น ไม่ให้เปียก แถมต้องระวังรถใหญ่ที่วิ่งผ่านข้างๆอีก

 

กว่าจะถึงที่หมาย เปียกเป็นลูกหมาตากฝนเลย

ยังดีที่วันนั้นพกเสื้อแขนยาวใส่กันหนาวไปด้วย ไม่งั้นคงแย่กว่านี้แน่ๆ

Comment

Comment:

Tweet